การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในเหตุการณ์ภัยพิบัติ : ข้อแนะนำในการให้ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ

แปลจาก Humanitarian assistance in disaster situations:a guide for effective aid

Pan American Health Organization Emergency Preparedness and Disaster Relief Coordination Program, Washington DC, 1999 (accessed via ReliefWeb Humanitarian Library, http://www.reliefweb.int/w/lib.nsf/WebPubDocs/B0EB4CFE1D590EEBC1256C25005ACFE2?OpenDocument)

 

 

สิ่งที่ไม่ควรส่งไปให้ความช่วยเหลือ:

 

��������������� ของที่ใช้แล้ว เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า เป็นต้น เพราะส่วนใหญ่ คนในพื้นที่ได้ช่วยกันบริจาคจนมากเกินความต้องการ และจะเป็นการประหยัด, สะดวก และถูกหลักอนามัย กว่าที่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่ ในพื้นที่มากกว่าที่จะจัดส่งไป

��������������� อาหาร ถึงแม้ว่าสื่อนานาชาติอาจจะเน้นถึงปัญหาการจัดหาสิ่งของจากในพื้นที่ แต่ก็ไม่ควรส่งอาหาร แต่ถ้ามีความต้องการอาหาร, ควรเป็นอาหารที่ไม่เน่าเสียเร็ว, ควรมีคำอธิบายที่ชัดเจน, และเป็นอาหารที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมในท้องถิ่น

��������������� ยาสามัญประจำบ้าน หรือ ยาที่แพทย์สั่ง ยาและผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรมต่างๆ ต้องการพื้นที่ และอาจต้องใช้บุคลากรสาธารณสุขในการจัดกลุ่ม และติดฉลากซึ่งต้องใช้เวลา แทนที่จะได้ไปทำงานอื่นๆ ที่สำคัญกว่า

 

 

อุปกรณ์ที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดก่อนรับบริจาค ได้แก่

 

   อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้แล้ว ควรมีคู่มือและคุณสมบัติที่ชัดเจน หากเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น การตรวจสอบควรทำโดยช่างเทคนิคจากประเทศที่บริจาคหรือจากองค์กรระหว่างประเทศ

   อุปกรณ์ใหม่ ควรพิจารณาราคาค่าขนส่ง และการหาอะไหล่ และ ผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซมและรักษาอุปกรณ์ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยินดีจะรอ การปรึกษาทางเทคนิคกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

   เต็นท์ หลายๆ ประเทศ มีสต๊อกของ เต๊นท์ที่ผลิตภายในประเทศจำนวนมาก เงินที่ผู้บริจาคยินดีจะจ่ายเพื่อซื้อเต๊นท์ และขนส่งเต๊นท์ ควรจะใส่ในทางการซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ในพื้นที่มากกว่า

   วัคซีน วัคซีนส่วนใหญ่ มักจะมีความจำเป็น หรือยอมรับโดยกระทรวงสาธารณสุข ควรตรวจสอบบริษัทผลิต? ขนาดยาวและวันหมดอายุและแจ้งต่อกระทรวงสาธารณสุข

 

 

 

SUMA

สิ่งของที่ได้รับบริจาคที่มีเป็นจำนวนมาก ในกรณีการเกิด เหตุการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่ มักจะสร้างปัญหาในการจัดการสำหรับประเทศที่ประสบภัย ในการจัดการกับปัญหานี้ The Pan American Health Association รวมกับองค์กรนานาชาติ และรัฐบาลประเทศต่างๆ ได้เริ่มโครงการที่เรียกว่า �Supply Management Project� หรือ SUMA ในปี 1992 วัตถุประสงค์หลัก คือการเสริมความเข็มแข็งของประเทศในการจัดการเก็บสิ่งของบริจาค เพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติ

 

ภาระกิจสำคัญของ SUMA ได้แก่:

        จำแนกและระบุประเภทของสิ่งของบริจาค

        ระบุประเภทและจัดลำดับความสำคัญในการแจกจ่ายสิ่งของ ที่จำเป็นสู่ผู้ประสบภัย

        ดูแล และควบคุมการแจกจ่ายในคลังเก็บของ

        รวบรวมฐานข้อมูลของสิ่งของบริจาค ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้บริหารประเทศ

        การลงทะเบียนการส่งของต่อผู้ประสบภัย

        แจ้งข้อมูลสิ่งของที่ได้รับบริจาคต่อผู้บริหารประเทศ และผู้บริจาค

        ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของบริจาคที่มีต่อผู้ดูแลจัดการภัยพิบัติ สำหรับการแจกจ่ายสิ่งของต่อผู้ประสบภัย