ชื่อเรื่อง
จาตุรนต์ บนทางดับไฟใต้
ประเภท
บรรณนิทัศน์
ผู้แต่ง
ถนอม ขุนเพ็ชร์
บทคัดย่อ

จาตุรนต์ บนทางดับไฟใต้ เป็นการนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงจากการลงพื้นที่ของผู้เขียนในการทราบถึงปัญหาและเสนอทางออก โดยการลงพื้นที่นี้เป็นครั้งที่มีตัวแทนระดับรัฐบาลไปแสวงข้อมูลและสอบถามความต้องการของประชาชนด้วยตนเองจนออกมาเป็นข้อเสนอ 7 ข้อ จาตุรนต์ให้ความสำคัญกับการต่อสู้ทางความคิดของประชาชนในพื้นที่กับรัฐ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการที่ประชาชนมีความแตกต่างทางอัตลักษณ์ ภาษา ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และศาสนา มิใช่เป็นการต่อสู้กับศัตรู ซึ่งรัฐต้องทำการศึกษา ทำความเข้าใจในสิ่งเหล่านั้น ข้อเสนอ 7 ข้อของจาตุรนต์ไม่ได้มีแนวคิดอะไรใหม่มากมาย หากแต่เคยมีการขับเคลื่อนในสังคมอยู่แล้วบางส่วน เช่น มีลักษณะคล้ายกับข้อเสนอบางข้อของหะยี สุหลง แนวคิดเหล่านี้เมื่อสรุปแล้วเป็นแนวคิด การเมืองนำการทหาร กล่าวคือ นโยบายและการปฏิบัติ ที่ต้องการลดคนที่มีปัญหา ดึงประชาชนส่วนใหญ่ให้อยู่กับรัฐ และลดการขยายตัวของเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความรุนแรง และการก่อความไม่สงบ หากให้หน่วยงานความมั่นคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง และเหนือกฎหมาย ลักษณะดังกล่าวคือการทหารนำการเมือง ซึ่งจะไม่ก่อผลดีต่อการแก้ไขปัญหาแต่ประการใด

เนื้อหาใน จาตุรนต์ บนทางดับไฟใต้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. คำสัมภาษณ์ของจาตุรนต์ ฉายแสง 2. เอกสารที่ทีมงานของจาตุรนต์ ฉายแสงรวบรวม และ 3. คำอธิบายและคำบอกเล่าของวรรณชัย ไตรแก้ว ซึ่งเป็นทีมงานของจาตุรนต์ มีหัวข้อนำเสนอเรียบเรียงลำดับดังต่อไปนี้ เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง, ขออาสาทำงาน, หนึ่งคำถาม, รากเหง้าแห่งสงคราม, ตอบสนองต่อหัวใจประชาชน, ข้อเสนอที่ถูกปฏิเสธ เป็นต้น ส่วนข้อเสนอ 7 ข้อของจาตุรนต์ ฉายแสง มีดังนี้ 1. ยกเลิกการจัดระเบียบโรงเรียนปอเนาะ แต่ให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนแทน 2. จ้างและบรรจุครูใน 3 จังกวัดชายภาคใต้เพิ่มอีก 3 พันคน โดยเน้นคนในพื้นที่เป็นหลัก 3. ระงับการยกเลิกการเดินทางเข้าออกประเทศของบุคคลสองสัญชาติกว่าแสนคน โดยส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่เข้าไปทำงานในมาเลเชีย 4. ออกกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกกล่าวหา ก่อนวันที่ 5 มกราคม 2547 และรัฐต้องหาอาชีพให้ทำ 5. ยกเลิกการส่งตำรวจจากส่วนกลางและทหารจากทุกหน่วย ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ ส่งเสริมให้จัดตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านโดยประชาชนในพื้นที่แทน โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ฝึกสอนและควบคุม 6. ยกเลิกกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ หากพื้นที่ใดยังต้องการความคุ้มครองจากทหารให้คงไว้ หากพื้นที่ใดไม่ต้องการให้ยกเลิก และ 7. ให้จัดทำโครงการพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ใหม่ ให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง

สังคมไทยยังไม่ค่อยมีนโยบายจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสังคมส่วนใหญ่กับสังคมส่วนน้อยอย่างถูกต้อง กล่าวคือ สังคมส่วนใหญ่ยังมีลักษณะที่ต้องการครอบงำและปฏิเสธความแตกต่างทางอุดมการณ์ ความเชื่อ ชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ โดยการผสมกลมกลืนให้กลายเป็นไทยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นปัญหาให้แก่สังคมส่วนน้อยอย่าง 3 จังหวัดภาคใต้ที่มีความแตกต่าง และมีการปฏิเสธการครอบงำจากสังคมส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดการระเบิดขึ้นของความขัดแย้งที่รุนแรง การจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสังคมส่วนใหญ่และสังคมส่วนน้อย คือ สังคมส่วนใหญ่จะต้องมีความใจกว้าง และมีความเข้าใจต่อความแตกต่างเหล่านั้นมิใช่ในฐานะศัตรู หากแต่เป็นความงดงามทางสังคมที่ต้องรักษาไว้ ในขณะที่สังคมส่วนน้อยจะต้องรู้จักเปิดใจและสร้างจิตสำนึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งเป็นที่มาทางพัฒนาการที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ การสร้างสังคมให้สามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งภายใต้ความแตกต่างได้ สังคมส่วนใหญ่จะต้องยอมรับอัตลักษณ์ของสังคมส่วนน้อย และนำเสนอความต้องการของคนส่วนน้อยในพื้นที่ไปสู่การกำหนดนโยบาย และวิธีปฏิบัติต่อไป

สำนักพิมพ์
สำนักพิมพ์มติชน
จำนวนหน้า
188
ISBN
9789740202639
พิมพ์ครั้งที่
1
ปีที่พิมพ์
2551
ราคา
135 บาท
ฉบับเต็ม
ประเภทของหนังสือ
อาชีพของผู้เขียน
นักธุรกิจ